ส่งคำศัพท์
วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555
พรบ.คอมพิวเตอร์
หมวด ๑
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑)(๒)(๓) หรือ (๔)
มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔
มาตรา ๑๖ ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๓ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๕ ข้อมูล ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยานได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น
วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555
ส่งคำศัพท์สัปดาห์ที่ 13
1. bandwidth หมายถึง : ในการสื่อสาร ความกว้างของช่วงคลื่น วัดจากช่วงของความถี่สูงที่สุดมาหาความถี่ต่ำที่สุดในช่วงความถี่ของคลื่นขนาดใดขนาดหนึ่ง เช่น ช่วงความกว้างของคลื่นของระบบโทรศัพท์ที่ความถี่ 3000 Hz จะอยู่ระหว่างความถี่ต่ำสุด 300 Hz กับความถี่สูงสุด 3300 Hz
2. BASIC หมายถึง : เป็นคำย่อของชื่อภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาหนึ่ง คือ Beginner’s All-purpose Symbolic Instruction Code ภาษาเบสิกนับเป็นภาษาระดับสูงภาษาหนึ่ง พัฒนาขึ้นโดย John Kemeny และ Thomas Kurtz ที่วิทยาลัย Dartmouth ประมาณกลางๆ คริสต์ทศวรรษที่ 1960 ภาษาเบสิกภาษาที่เรียนรู้ได้ง่าย และใช้ได้กับงานด้านต่างๆ เกือบทุกงาน ภาษาเบสิกเป็นภาษาที่ใช้สอนนักเขียนโปรแกรมตอนแรกๆ
3. boot หมายถึง : การเริ่มต้นเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเริ่มต้นเปิดเครื่องใหม่หลังจากปิดไปแล้ว
4. bufferหมายถึง : ส่วนหนึ่งของหน่วยความจำที่ใช้สำหรับพักข้อมูลเป็นการชั่วคราวในระหว่างทำการถ่ายทอด หรือส่งผ่านข้อมูล เครื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางชนิดจะมี buffer ของตนเอง เช่น เครื่องพิมพ์ (printer) เป็นต้น
5. business information systemหมายถึง : ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ ใช้คำย่อว่า BIS ได้แก่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วย ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์การสื่อสาร และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ในการจัดการเกี่ยวกับข้อมูลทางธุรกิจ
ส่งคำศัพท์สัปดาห์ที่ 12
1. COBOL หมายถึง : เป็นคำย่อของคำว่า Common Business Oriented Language เป็นภาษาระดับสูงภาษาหนึ่ง พัฒนาขึ้นมาราวๆ ระหว่างปี พ.ศ.2502-2504 มีลักษณะของภาษาคล้ายประโยคภาษาอังกฤษ นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง
2. background integration หมายถึง : การนำเอาโปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้มาใส่ไว้ในหน่วยความจำเพื่อให้เกิดความสะดวก เมื่อต้องการเรียกใช้ใน ขณะที่กำลังใช้โปรแกรมปฏิบัติการอีกโปรแกรมหนึ่งอยู่
3. background program หมายถึง : โปรแกรมซึ่งสามารถทำงานหรือกำลังทำงานอยู่ในส่วนหลัง
4. Backspace key หมายถึง : แป้นคีย์ แป้นหนึ่งของแป้นพิมพ์ IBM และ IBM compatible ซึ่งใช้สำหรับเลื่อนเคอร์เซอร์ไปทางซ้ายครั้งละ 1 ตัวอักษร เมื่อเลื่อนผ่านตัวอักษรไปตัวหนึ่ง มันก็จะลบตัวอักษรตัวนั้นไปทีละตัวๆ ตามที่เรากดแป้นคีย์ นี้ในแป้นพิมพ์แมคอินทอช จะลบเนื้อเรื่องที่ต้องการให้ลบ ถ้าไม่มีเนื้อ เรื่องให้ลบเมื่อกดจะลบตัวอักษรที่อยู่ ทางด้านซ้ายของเคอร์เซอร์
5. backup หมายถึง : สำเนาของโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูล ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อประกันว่าโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกลบเลือนไปเมื่อโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูลที่กำลังใช้อยู่นั้นถูกทำลายไป
คำศัพท์สัปดาห์ที่ 11
1. clip artหมายถึง : คลิปอาร์ต แหล่งรวบรวมภาพ แผนภูมิ แผนที่ ไดอะแกรม ภาพถ่าย ภาพลายเส้นต่างๆ อาจเป็นลักษณะของหนังสือเป็นเล่มๆ หรือแฟ้มข้อมูลในคอมพิวเตอร์ก็ได้
2. clipboardหมายถึง : หน่วยความจำอย่างหนึ่งซึ่งอยู่ในความควบคุมของระบบทำงาน (operating system) เช่น Microsoft Windows ใน OS/2 หรือใน Apple Macintosh operating system คลิพบอร์ด ใช้เป็นที่เก็บสำเนาของสารสนเทศสุดท้ายที่ถูกทำสำเนา ลบ หรือตัด (paste) เอาไว้ สิ่งที่ก็บไว้ในคลิพบอร์ดสามารถถ่ายทอดไปสู่โปรแกรมอื่นได้
3. clock/calendar หมายถึง : เครื่องบอกเวลา บอก วัน เดือน ปีอัตโนมัติ อยู่ในวงจรคอมพิวเตอร์ บอกเวลา และวัน เดือน ปี อย่างถูกต้อง
4. clone หมายถึง : สำเนา หมายถึง สิ่งที่ทำขึ้นให้เหมือนกับของเดิม หรือเหมือนกับต้นฉบับ หรือต้นแบบ นำมาใช้ในไมโครคอมพิวเตอร์ หมายถึงคอมพิวเตอร์ที่ทำขึ้นให้เหมือนต้นแบบ เช่น IBM clone คือคอมพิวเตอร์อื่นที่ทำขึ้นให้มีลักษณะ และคุณสมบัติเหมือนคอมพิวเตอร์ IBM
5. closed file หมายถึง : แฟ้มข้อมูลที่ปิดอยู่ แฟ้มข้อมูลที่ไม่ได้นำมาใช้ปฏิบัติการใดๆ
คำศัพท์สัปดาห์ที่ 10
1. cable หมายถึง : สายเคเบิล เป็นสายสื่อที่ใช้ต่อเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ชนิดต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ มีวัสดุห่อหุ้มสายเพื่อป้องกันความเสียหายและการรั่วไหล อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต่อเชื่อมด้วยสายเคเบิล เช่น แป้นพิมพ์ (keyboard) เมาส์ (mouse) เครื่องพิมพ์ (printer) เป็นต้น
2. CAD หมายถึง : (อ่านว่า แคด) เป็นคำย่อของคำว่า computer-aided-design เป็นชื่อของโปรแกรมปฏิบัติการชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ในการออกแบบวิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือรูปแบบต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์ แบบที่ออกโดย CAD จะเป็นสองหรือสามมิติ
3. aided-manufacturing หมายถึงการใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นอุตสาหกรรม เราสามารถใช้ CAD/CAM ผลิตชิ้นส่วนของเครื่องจักร เครื่องยนต์ เป็นต้น
4. calculatorหมายถึง : เครื่องคิดเลข ในความหมายที่กว้างหมายถึง เครื่องมือที่ใช้สำหรับทำงานเกี่ยวกับตัวเลขและการคำนวณ
5. Caps Lock keyหมายถึง : แป้นคีย์บนแป้นพิมพ์ ซึ่งเมื่อกดแป้นนี้แล้ว อักษรภาษาอังกฤษที่พิมพ์จะเป็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (capital letter) เมื่อปล่อยก็จะกลับมาเป็นตัวอักษรพิมพ์เล็กตามปกติ ส่วนแป้นพิมพ์ภาษาไทย เมื่อกดแป้นนี้จะเป็นตัวอักษรบน
วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ส่งคำศัพท์สัปดาห์ที่ 9
1. API Application Program Interface หรือ API หรือ เอพีไอ คือ วิธีการเฉพาะสำหรับการเรียกใช้ระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ หรือชุดโค้ด คอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานระหว่างแอพพลิเคชั่นกับระบบปฏิบัติการ
การที่แอพพลิเคชั่นจะเชื่อมต่อการทำงานกับระบบปฏิบัติการได้นั้น จำเป็นต้องมีเอพีไอเป็นตัวเชื่อม ซึ่งหากไม่มีการเปิดเผยเอพีไอของระบบปฏิบัติการ ออกมาแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่โปรแกรมเมอร์จะพัฒนาแอพพลิเคชั่นของเขาให้ทำงานเข้ากับระบบปฏิบัติการได้เต็ม 100%
อย่างไรก็ตาม แม้เอพีไอจะเป็นอินเตอร์เฟสชนิดหนึ่ง แต่จะทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานของโปรแกรม ซึ่งต่างไปจากยูสเซอร์อินเตอร์เฟส (User Interface) ทั้งแบบกราฟิก (Graphical User Interface; GUI) และแบบเดิมที่เป็นบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่เป็นอินเตอร์เฟสเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้
2. Application Program Application Program หรือ แอพพลิเคชั่นโปรแกรม หรือเรียกสั้นๆว่า Application หรือ แอพพลิเคชั่น คือ โปรแกมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่เฉพาะสำหรับผู้ใช้โดยตรง หรือจากแอพพลิเคชั่นอื่นในบางกรณี
ตัวอย่างเช่น เวิร์ดโปรเซสซิ่ง, ดาต้าเบส, เว็บเบราวเซอร์, เครื่องมือพัฒนา หรือ ดีเวลอปเมนต์ทูล (Development Tool), โปรแกรมดรอว์อิ้ง, โปรแกรมเพนต์, โปรแกรมตกแต่งภาพ (Image Editor) และโปรแกรมสื่อสาร (Communication Program) เป็นต้น
แอพพลิเคชั่นจะมีการเรียกใช้เซอร์วิสของระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมซัพพอร์ตอื่นๆในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย โดยรูปแบบในการขอใช้หรือรีเควสต์ (Request) เซอร์วิส และวิธีการสื่อสารกับโปรแกรมอื่น ที่โปรแกรมเมอร์ใช้ในการเขียนแอพพลิเคชั่น เรียกว่า แอพพลิเคชั่นโปรแกรมอินเตอร์เฟส (Application Program Interface; API)
3. BIOS BIOS หรือ ไบออส หรือ Basic Input/Output คือโปรแกรมที่ไมโครโปรเซสเซอร์ใช้เพื่อเริ่มสตาร์ทการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์หลังเปิดสวิตช์ ไบออสจะคอยควบคุมหรือจัดการกับกระแสข้อมูลที่วิ่งระหว่างระบบปฏิบัติการหรือโอเอส (Operating System; OS) กับอุปกรณ์ต่างๆที่ติดตั้งอยู่ เช่น ฮาร์ดดิสก์, กราฟิกการ์ด, คีย์บอร์ด, เมาส์ หรือพรินเตอร์ เป็นต้น
4. ไบออสจะถูกบรรจุไว้ในชิพเอ็ปรอม (EPROM) ซึ่งถูกอินทิเกรตติดไว้กับเมนบอร์ด ไม่เหมือนกับโอเอสที่แยกติดตั้งต่างหาก ทันทีที่เปิดสวิตช์คอมพิวเตอร์ ไมโครโปรเซสเซอร์จะส่งผ่านการควบคุมไปให้กับไบออสไบออสจะทำการค้นหาว่า มีอุปกรณ์ใดเชื่อมต่ออยู่กับระบบและพร้อมทำงานบ้าง จากนั้นจึงโหลดโอเอสเข้าสู่หน่วยความจำหลักหรือแรมจากฮาร์ดดิสก์Modify เปลี่ยนแปลง: การเปลี่ยนเนื้อหาหรือคุณลักษณะของเป้าหมาย
5. Network เครือข่าย: เครื่องสองเครื่องขึ้นไปที่เชื่อมต่อกันเพื่อสื่อสารกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
